
ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการเสนอขอและการใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางของรัฐบาล นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผต.ทส.) ในฐานะรองโฆษก ทส. ชี้แจงว่า โดยหลักการ งบประมาณรายจ่ายงบกลางมีไว้สำหรับรองรับกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายใต้กระบวนการงบประมาณปกติ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง

นายกานตพันธุ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการใช้งบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน โดยการเสนอขอรับการจัดสรรงบกลางต้องมีเหตุผลและความจำเป็นรองรับ รวมถึงผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของทางราชการ มิใช่เป็นงบประมาณที่หน่วยงานจะสามารถนำไปใช้ได้โดยปราศจากหลักเกณฑ์

สำหรับกรณีของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในหลายพื้นที่เป็นปัญหาที่ ทส. รับทราบและติดตามมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 โดยมีประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่แจ้งความต้องการเข้ามาผ่านจังหวัด สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากบางชุมชนไม่มีระบบประปาผิวดิน หาน้ำได้ยาก และขาดแคลนน้ำสำหรับการดำรงชีวิต

จากความต้องการดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รวบรวมข้อมูลและจัดทำโครงการขุดเจาะบ่อบาดาล พร้อมติดตั้งระบบกระจายน้ำเข้าสู่ชุมชนที่ประสบปัญหา และเสนอผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569 ตามกระบวนการงบประมาณปกติ

อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะที่ความเดือดร้อนของประชาชนยังคงมีอยู่ และบางพื้นที่มีปัญหารุนแรงต่อเนื่อง ประกอบกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจทำให้เกิดภาวะฝนตกน้อยกว่าปกติและเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ทส. จึงมีความจำเป็นต้องนำความต้องการที่ได้รับแจ้งไว้เดิมมาเสนอขอรับการสนับสนุนจากงบกลาง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้โดยเร็ว

นายกานตพันธุ์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับงบกลางเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยดำเนินการ รวม 858 แห่ง ใน 63 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถจัดสรรน้ำให้ประชาชนได้มากกว่า 200,000 ครัวเรือน“สิ่งสำคัญคือโครงการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเสนอขอใช้งบกลางโดยไม่มีที่มา แต่เป็นการนำความต้องการของประชาชนที่ได้รับแจ้งและรวบรวมไว้ตั้งแต่ปี 2568 มาพิจารณาแก้ไขปัญหา หลังจากไม่สามารถได้รับการจัดสรรในงบประมาณปกติ และเมื่อปัญหายังคงมีความจำเป็นเร่งด่วน จึงเข้าสู่กระบวนการเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลาง” นายกานตพันธุ์ กล่าว

นายกานตพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการดำเนินโครงการของ ทส. ทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่ใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลที่ใช้งบกลางในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทส. ยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีส่วนร่วมตั้งแต่การเสนอความต้องการ การดำเนินโครงการ ตลอดจนการบริหารจัดการแหล่งน้ำในระยะยาว เพื่อให้การลงทุนของภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุด แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และทำให้ประชาชนมีแหล่งน้ำที่มั่นคงอย่างยั่งยืน